Currently browsing category

ทุนความรู้

วิธีสอนเด็กเล็กให้มีเป้าหมายทางการเงิน

วิธีสอนเด็กเล็กให้มีเป้าหมายทางการเงิน ใครๆ ก็รักลูก อยากให้ลูกในทุกสิ่งที่เราให้ได้ แต่ขอให้ฉุกใจคิดสักนิดหนึ่งก่อน ว่าการให้อย่างไม่มีขอบเขต อาจทำให้ลูกไม่เห็นคุณค่าของเงิน วันนี้พี่มีวิธีง่ายๆ ในการสอนลูกเรื่องเงินทองมาฝาก สมมติว่าลูกอยากได้รถเด็กเล่น และเราเห็นว่าเป็นของเล่นที่จะสร้างพัฒนาการให้ลูกได้ แต่ถ้าเป็นรถบังคับก็น่าจะดีกว่า เราก็บอกลูกไปว่ารถเด็กเล่นธรรมดาๆ คันจิ๋วๆ ที่ต้องเอามือไถล้อก่อนจะวางบนพื้นให้มันวิ่ง ราคา 200 บาท พ่อแม่ซื้อให้ได้ แต่ต้องสะสมเงินกันก่อนสักวันละ 10 บาท ให้ลูกเก็บเงินส่วนนึง วันละ 5 บาทจากค่าขนมที่พ่อแม่ให้ อีก 5 บาท พ่อแม่จะช่วยสมทบ 20 วันก็ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นรถบังคับราคา 1,000 บาท ลูกจะอยากได้มากกว่าไหม ถ้าอยากได้เราใช้วิธีเก็บเงินเหมือนกัน แต่ต้องรอไป 50 วันนะ จะรอให้ได้ของที่ดีกว่าไหม ซึ่งไม่ว่าลูกจะเลือกทางใด ก็โอเคทั้งนั้น ให้ลูกหัดหยอดกระปุกเก็บเงินสะสมเลยค่ะ ติดป้ายกระปุก หรือขวดโหล ว่า “รถในฝัน” ก็ได้ ติดวันที่เริ่มสะสม …

ความน่าปวดหัวของการกระจายลงทุน (Diversification)

มีหลายท่านอาจได้อ่านบทความจากหนังสือหลายเล่ม มักจะมีการพูดว่าอย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะถ้าตะกร้าหลุดมือไปไข่ในนั้นก็จะแตกหมด (อดกัน) วันนี้พี่ตู่ วรวรรณ ได้เขียนบทความที่น่าสนใจ เงินงอกเงย จึงขอนำมาเสนอให้ทุกท่านดังนี้ครับ   ความน่าปวดหัวของการกระจายลงทุน (Diversification) มันน่าดีใจที่วันนี้มีคนจำนวนมากขึ้นที่ถามว่าจะจัดพอร์ตอย่างไร จากเดิมที่ถามเพียงว่า “ปีนี้จะลงทุนอะไรดี” โดยก่อนหน้านั้นก็ชอบคาดคั้นว่า “ไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาวเลย เสียเวลาฟัง บอกมาว่าตัวไหน ขอ 3 ตัวก็พอ” จะเห็นได้ชัดว่าผู้ลงทุนมีพัฒนาการของตนอย่างต่อเนื่อง และน่าดีใจที่สุดที่วันนี้เริ่มมีคนถามว่า จะกระจายการลงทุนอย่างไร มึนไปหมดแล้ว เพราะมันเยอะ ในอดีตนั้นเราจะเลือกจัดพอร์ตลงทุนของตนเอง โดยมองไปที่ 4 กลุ่ม คือ 1. หุ้น 2. เงินสดกับตราสารหนี้ 3. อสังหาริมทรัพย์ และ 4. ทองคำ …. เพื่อจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนของเราไปใน Asset Class ทั้ง 4 ว่าแต่ละกลุ่มจะลงทุนในสัดส่วนกี่ % นี่ …

ผู้ชายซื้อหุ้นจากดาวอังคาร แต่ผู้หญิงฝากเงินบนดาวศุกร์

ผู้ชายซื้อหุ้นจากดาวอังคาร แต่ผู้หญิงฝากเงินบนดาวศุกร์ ——————————————————————– เรามักได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่าผู้ชายรักความเสี่ยง ส่วนผู้หญิงจะขี้กลัว ระมัดระวังและต้องการความปลอดภัย ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งเป็นความเห็นจากหลายๆ บุคคล มีบทความที่ถูกตีพิมพ์ในสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อ “Men buy shares from Mars and women have a savings account on Venus” (ผู้ชายซื้อหุ้นจากดาวอังคารแต่ผู้หญิงฝากเงินบนดาวศุกร์) นี่เป็นชื่อที่ปรับแต่งมาจากหนังสือดั้งเดิมชื่อ “Men from Mars, Women from Venus” ซึ่งสะท้อนความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมการลงทุนของผู้ชายและผู้หญิง และสะท้อนความขบขันที่มีต่อผู้หญิงด้วยความเข้าใจว่า “ผู้หญิงไม่มีทางมีพฤติกรรมแปลกไปจากความเป็นผู้หญิงๆ ที่สังคมเชื่อกัน” แม้แต่ คริสติน ชมิท์ด (เครดิตสวิส) ก็ยังให้ความเห็นว่า วินัยทางการเงินผันแปรตามความแตกต่างทางสังคมระหว่างชายและหญิง และมีผู้หญิงจำนวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ชายที่ไปสมัครงานเป็นนักวิจัยทางการเงินหรือโบรกเกอร์ เขาเชื่อว่า …“ผู้หญิงยังคงนิยมไปยังที่ที่มีผู้หญิงคนอื่นๆ ไปกัน แต่เขาก็หวังว่าความคิดเหล่านี้จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป” แต่ถ้าคริสติน ชมิดท์ …

ลงทุนในอะไร แย่ที่สุด

คุณวรวรรณ  ธาราภูมิ ตั้งคำถามเล่นๆว่า การลงทุนในอะไรแย่ที่สุด มีหลายท่านได้ตอบคำถามมามากมาย บางท่านตอบว่า การลงทุนโดยไม่มีความรู้ การลงทุนในอะไรที่เสี่ยงมากเกินไป เป็นต้น พี่ตู่ วรวรรณ ได้เฉลยคำตอบดังนี้ครับ ฉลย Quiz ลงทุนในอะไร แย่ที่สุด —————————————— Cash หรือการถือครองเงินสด เป็นการลงทุนที่แย่ที่สุดค่ะ เพราะว่าการถือครองเงินสด รวมถึงการฝากเงินที่ได้อัตราดอกเบี้ยเรี่ยดิน มันเท่ากับไม่ได้รับผลตอบแทนเลย และหากนำอัตราเงินเฟ้อมาหักออก ก็อาจจะติดลบ มีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายๆ ปีก่อน ที่เคยลดพอร์ตการลงทุนส่วนตัวของตนเองลง ด้วยการย้ายเงินลงทุนจากกองทุนหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงลงบ้าง แล้วไปถือเงินสดผ่านกองทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้นั้นทำเอาแทบขาดใจตายกับผลตอบแทนที่เหมือนน้ำประปาขาดแคลนหยดติ๋งๆ ต้องทำใจว่าพักเงิน ลดความเสี่ยง สักพักไม่เกิน 1 ปี แล้วกัดฟันกรอดๆ รอให้ถึงรอบหุ้นขึ้นจึงจะย้ายกลับเข้ามาในกองทุนหุ้นอีกครั้ง ทรมานใจมาก เพราะช่วงจะย้ายเงินลงทุนกลับในกองทุนหุ้นนั้น หาจังหวะที่มั่นใจไม่ได้ ปรากฏว่าแทนที่จะรอไม่เกิน 1 ปี กลับต้องพลาดไป 2 ปี จากนั้นเป็นต้นมา เลิกหาจังหวะไปเลย หันมายึดแนวคิดจัดสรรทรัพย์สินลงทุนเป็นส่วนๆ …

ว่าด้วยเรื่องบัตรเดบิต

อย่าได้ถามตอนที่เสียประโยชน์ไปแล้ว… วันนี้ มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งหนึ่ง มาขอ “ทำความเข้าใจ” เกี่ยวกับการใช้บัตรชิปการ์ด แต่เนื้อหาส่วนใหญ่คือการชักชวนให้เปลี่ยนเป็นบัตร เดบิต แบบมีวงเงินประกันอุบัติเหตุ (แต่ตอนที่บอกเขาใช้คำพูดว่า ประกันชีวิต) และนำเสนอแบบที่มีค่าธรรมเนียมรายปีแพงที่สุด แต่ได้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือที่หลายท่านมองว่าคุ้มค่า ต้องยอมรับว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยฉลาดในเรื่องของการเงิน จึงมีคำถามกับเจ้าหน้าที่ไปว่า 1. บัตรที่นำเสนอ เป็นบัตรเดบิต ไม่ใช่บัตรเอทีเอ็มใช่หรือไม่ 2. บัตรเอทีเอ็มแบบชิปการ์ด มีหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ… 1. เป็นบัตร”เอทีเอ็มเดบิต”ค่ะ ผมสงสัยว่า ทำไมเขาไม่บอกว่า เป็นบัตรเดบิตที่สามารถกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้ 2. ตอนนี้ ยังไม่มีค่ะ แสดงว่า ในอนาคตอาจจะมีใช่ไหม เขาตอบว่า ยังไม่ทราบค่ะ เพราะแบงก์ชาติอาจมีการเปลี่ยนแปลง … ทำไมเขาไม่บอกว่า การที่ให้ใช้บัตรเดบิต เพราะรัฐต้องการเป็น e-citizen ต้องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เผื่อใครจะไปฟอกเงินที่วั……… เอิ่มมม นอกเรื่อง และต้นทุนในการผลิตเหรียญและธนบัตรสูงขึ้น บอกแบบนี้สิ คนเขาจะได้เข้าใจ นี่บอกแต่ว่า เค้าให้ใช้แบบนี้ …

จนแน่ๆ ถ้าไม่วางแผนการเงิน

ข้อมูลสถิติ (จาก ธปท หรือไม่ ไม่แน่ใจ เพื่อนบอกว่าใช่) ——————————————————————- 1. คนทั่วไปเป็นอย่างไร เมื่อวัยเกษียณ ———————————————- 1%. = ร่ำรวย เป็นเศรษฐี 4%. = มีเงินใช้สุขสบาย 7%. = พอช่วยเหลือตัวเองได้ 40%. = ต้องพึ่งพาลูกหลาน สถานสงเคราะห์ 48%. = ยังคงต้องดิ้นรน ทำงานหนัก สรุป สำเร็จแค่ 5%. ล้มเหลว. 95% . 2. ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ——————————— ค่าอาหาร / 1 คน (คำนวนที่ 30 ปี) 1 วัน ทาน 3 มื้อ …

แบงค์ในเมืองไทยเอาเปรียบผู้บริโภคเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ยจริงไหม

แบงค์ในเมืองไทยเอาเปรียบผู้บริโภคเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ยจริงไหม ——————————————————————————- วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย 11 มิถุนายน 2559 (หมายเหตุ : ข้อมูลตัวเลขสัดส่วนเงินฝาก สินเชื่อ อะไรต่างๆ ในนี้ เป็นตัวเลขสมมติ ที่นำมาเขียนนำเสนอแนวคิดของที่มาของคำว่า “ส่วนต่างดอกเบี้ย” เท่านั้น หากท่านใดสนใจจะหาตัวเลขจริงให้ไปดูที่เวบไซท์ ธปท) กำลังเป็นคำถาม คำติเตียน ไปทั่วทิศ ว่าแบงค์บ่านเราทำไมเอาเปรียบผู้บริโภคกันมาก เพราะอัตราดอกเบี้ยด้านฝากเงินมันนิดเดียว แต่ด้านกู้มันห่างกันเยอะ แบงค์จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน อย่างออมทรัพย์ตอนนี้ให้อัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี (ธนาคารขนาดใหญ่ให้ประมาณนี้ แต่ที่ขนาดย่อมลงมาเขาให้ต่ำกว่า) แต่อัตราดอกเบี้ยด้านกู้กลับสูงกว่ามาก เช่น MRR ซึ่งเป็นอัตรากู้สินเชื่อบ้านสำหรับรายย่อยชั้นดีอยู่ระหว่าง 6.75% ถึง 8.00% ต่อปี ขึ้นกับแต่ละธนาคาร ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลพวก Personal Loans หรือบัตรเครดิตซึ่งไม่มีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกัน เป็น 18.00% ถึง 20.00% ต่อปี …

ตราสารอนุพันธ์หุ้น Warrant

เป็นเครื่องมือในการประกันความเสี่ยง คือราคาขึ้น – ลง ของหุ้นแต่ละตัว แต่มีนักลงทุนบางส่วนใช้เป็นเครื่องมือในการทำกำไรรายวัน อนุพันธ์ (Derivatives) ที่ซื้อขายในประเทศไทยมี 2 ประเภท คือ ฟิวเจอร์ส (Futures) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และออปชัน (Options) หรือสัญญาใช้สิทธิ ซึ่งจุดเด่นของอนุพันธ์คือ มีโอกาสได้กำไรสูงมาก ขณะเดียวกันก็มีโอกาสขาดทุนสูงมากเช่นกัน ดังนั้น ก่อนลงทุนในอนุพันธ์ คุณควรถามตัวเองก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน มีเวลาติดตามราคาอนุพันธ์มากน้อยเพียงใด ที่สำคัญ ต้องศึกษาถึงลักษณะและขั้นตอนการลงทุนในอนุพันธ์ให้เข้าใจดีเสียก่อน ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.set.or.th/education/th/begin/derivatives.html มาค้นหาตัวเอง ว่าคุณเหมาะกับการลงทุนประเภทใด

forex คืออะไร

Forex (Foreign Exchange)  คือ อะไร เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล หรือ Foreign Exchange Market จะเรียกโดยย่อว่า FOREX บางคนอาจกล่าวว่า เป็นการเล่นกับค่าเงินนั้นเอง มีคนเขียนหนังสือว่า forex เป็นเครื่องมือที่สร้างเงินได้เร็วและแรง แต่ก็มีคนบอกว่า อาจเสี่ยงต่อการขาดทุนได้เร็วและแรงเช่นเดียวกัน มาค้นหาตัวเอง ว่าคุณเหมาะกับการลงทุนประเภทใด