Currently browsing tag

ข้อมูลเรื่องการลงทุน

พลังเงินทำให้โลภ

ความโลภ ไม่เข้าใครออกใคร อย่าว่าแต่รายย่อยหรือเสี่ยใหญ่เลย ผู้ลงทุนสถาบันก็โลภได้ ใน Developed Market ผู้ลงทุนสถาบัน เป็นพลังใหญ่ที่สุดของ Supply และ Demand ในตลาดทุน เพราะมีสัดส่วนการซื้อขายมากที่สุดในตลาดหลักทรัพย์หลักๆ ผู้ลงทุนสถาบันจึงมีอิทธิพลสูงต่อราคาหลักทรัพย์ เพราะมีจำนวนเงินหน้าตักมหาศาลให้ซื้อขายจนอาจกลายเป็นการทำราคาในตลาดฯ หรือใช้ข้อมูลวงในไปดักซื้อดักขายก่อนกองทุนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือ Nominee ได้ง่ายๆ (ตลาดหุ้นนิวยอร์ค NYSE มีสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันซื้อขายกว่า 50% ของการซื้อขายในตลาดฯ ส่วนของ SET บ้านเรามีประมาณ 10%) ดูแค่พลังเงินของผู้ลงทุนสถาบันเฉพาะที่เป็นกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ณ สิ้นปี 2560 รวมกันก็ปาเข้าไป 6.84 ล้านล้านบาทแล้ว เท่ากับประมาณ 45% ของ GDP ประเทศ หรือ 39% ของ Market Cap ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ 52% …

ทำไมต้องสนใจเงินเฟ้อ

การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณเป็นเรื่องระยะยาว ดังนั้น จึงต้องคิดเผื่อเรื่องเงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อจะทำให้ค่าของเงินลดลง ยิ่งยาวนานยิ่งลดลงมาก ยิ่งเงินเฟ้อมากค่าของเงินก็จะลดลงรวดเร็ว ค่าของเงินที่ลดลงทำให้เราต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าหรือบริการเดิมๆ เช่น เคยซื้อเสื้อ 1 ตัว ราคา 100 บาท แต่ถ้าเงินเฟ้อ 3% ปีหน้าจะต้องใช้เงิน 103 บาท เพื่อซื้อเสื้อตัวเดิม เงินแค่ 3 บาท ทำไมต้องกังวลขนาดนั้น ก็ลองคิดดูสิว่าถ้าของสิ่งนั้นไม่ใช่เสื้อ แต่เป็นอาหารที่ต้องกินทุกวัน วันละ 3 มื้อ เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นต่อปีจะเป็นเงินเท่าไร เมื่อเงินเฟ้อทำให้ข้าวของแพงขึ้นทุกปี เราจะต้องใช้เงินในอนาคต 20-30 ปีข้างหน้า วันละเท่าไร สมมุติว่าวันนี้เราอายุ 30 ปี กินอยู่วันละ 500 บาท ถ้าอัตราเงินเฟ้อเป็น 3% ต่อปี วันที่เราอายุ 60 ปี แล้วเราเกษียณ เราต้องมีเงินไว้ใช้วันละ 1,213 …

วิธีเช็คสุขภาพทางการเงิน

ข้อมูลจากพี่ตู่ วรวรรณ ธาราภูมิครับ หมอนัท … ธนัฐ ศิริวรางกูร .. .ให้เริ่มที่พิจารณาว่าตอนนี้มีเงินอยู่เท่าไร เงินที่มีอยู่จะใช้ได้กี่ปี และจะทำให้เงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไร หลังจากนั้นมาดูว่า สวัสดิการด้านสุขภาพมีอะไรบ้าง ใครที่เคยรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ยังสามารถใช้สิทธิได้ต่อไปหลังเกษียณจะช่วยลดภาระการเงินได้ แต่คนที่ทำงานภาคเอกชน อาจจะมีสวัสดิการบัตรทอง หรือต้องเก็บเงินก้อนหนึ่งไว้สำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม เมื่อทราบแล้วว่าสุขภาพทางการเงินของตัวเองเป็นอย่างไร จึงมาวางแผนการใช้เงินตามเป้าหมาย เช่น เงินที่มีแผนจะใช้ในอีก 1 ปีข้างหน้า ก็ลงทุนสั้นๆ และปลอดภัย ซึ่งจะให้ผลตอบแทนประมาณ 2-4% ต่อปี แผนใช้เงินในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นำไปลงทุนในพอร์ตความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะให้ผลตอบแทนประมาณ 6-8% ต่อปี แผนการใช้เงินในอีก 5-7 ปีข้างหน้า สามารถลงทุนในความเสี่ยงสูงได้ โดยเฉลี่ยจะได้ผลตอบแทนประมาณ 9-10% เตรียมนำเงินก้อนนี้ไปหาผลตอบแทนให้งอกเงย และให้เหมาะสมกับความเสี่ยง (ธนัฐ ศิริวรางกูร .. หมอนัท บรรยายในงาน “วางแผนการลงทุน …

ถ้าแพลนแล้วนิ่ง เงินออมไม่วิ่งนะคร้าบ

ข้อมูลจากพี่ตู่ วรวรรณ ธาราภูมิครับ วศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บลจ.บัวหลวง บอกว่า ในมุมของผลตอบแทนไม่สามารถตอบได้ว่าลงทุนกองทุนรวมหรือซื้อหุ้นรายตัว แบบไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ในมุมของความเสี่ยงตอบได้ทันทีว่าลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยงต่ำกว่ามาก การลงทุนก็เหมือนการเดินทาง ระหว่างทางต้องไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและไปให้ถึงเป้าหมาย มือใหม่ จึงควรเริ่มต้นการลงทุนกับกองทุนรวมเพราะสามารถควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในวงจำกัดได้ คำถามต่อมา จะเลือกกองทุนไหนดี แนะนำให้ดูนโยบายการลงทุนว่าตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ไหม ซึ่งกองทุนรวมมีหลากหลาย แต่กองทุนรวมที่ต้องการสร้างเงินกองทุนไว้ใช้ในระยะยาวควรจะเป็นกองทุนแบบผสม ผู้ลงทุนสามารถผสมเอง หรือให้ ผู้จัดการกองทุนผสมให้ เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ กลุ่มตราสารหนี้ และลงทุนในสินทรัพย์ที่คาดหวังในแง่ของผลตอบแทนที่สูงสุดตามอัตราการเติบโตของธุรกิจ คือหุ้น จุดที่ต้องระวังของการลงทุนเพื่อการเกษียณและคนวัยใกล้เกษียณคือความเชื่อ หรือ Mindset ของคำว่าเกษียณ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคือการหยุด ซึ่งไม่อยากให้คิดแบบนั้น อยากให้มองว่าการเกษียณคือคนที่เป็นอิสระจากภาระงานประจำ ควรจะมีอนาคตที่มีความหวัง เตรียมตัววางแผนการใช้ชีวิต การใช้ชีวิตแบบเด็กจะทำให้เกิดการขวนขวาย หากอยากลงทุน ให้ลงมือทำ แต่ถ้าไม่ได้วางแผนการเงินที่ดีพอจะไม่มีเงินลงทุน และมีเงินไม่พอใช้ (วศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บลจ.บัวหลวง บรรยายในงาน “วางแผนการลงทุน เพื่อชีวิตดี๊ดีวัยเกษียณสุข” จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย …

ลงทุนวัยเก๋า

ข้อมูลจากพี่ตู่ วรวรรณ ธาราภูมิครับ วศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย แนะนำ วัยเก๋า ให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว เพราะตามสถิติการลงทุนในหุ้น 100% ปีที่ราคาลงแรงๆ ไปถึง 25% ซึ่งจะต้องถือหุ้นนั้นต่อไปอีก 5 ปี ราคาจะกลับมาที่เดิม กรณีเติมตราสารหนี้เข้าไป 50% และมีหุ้นอยู่ 50% ในปีที่หุ้นลงแรงจะลดลงเพียง 6% และใช้เวลาแค่ 2 ปี ในการตีกลับมายืนอยู่จุดเดิม ถ้าลงทุนในหุ้น 30% ที่เหลือเป็นตราสารการเงินอื่นๆ ปีที่หุ้นลงแรงๆ จะลงไม่มาก และใช้เวลาในการตีกลับมายืนอยู่จุดเดิมแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น จากสถิติได้คำตอบว่า ควรจะเป็นการลงทุนแบบผสมตราสารหนี้และตราสารทุนหรือหุ้น เพราะจะทำให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ กองทุนผสม มี 2 แบบ คือ กองทุนบาลานซ์ จะมีการจัดสัดส่วนการลงทุน แล้วรักษาสัดส่วนนั้นไว้ ผลตอบแทนอาจจะมีการเหวี่ยงไปมา แต่ไม่เหวี่ยงมากเท่ากับกองทุนหุ้นอย่างเดียว กองทุนรวมทาร์เก็ตรีเทิร์น …

ลงทุนเพื่อผลตอบแทนสม่ำเสมอ

ข้อมูลจากพี่ตู่ วรวรรณ ธาราภูมิครับ สมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะนำว่า ก่อนเลือกสไตล์ลงทุนต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละเดือนใช้เงินเท่าไร และจะต้องมีเท่าไรจึงจะพอ หลังจากนั้นจึงมาจัดพอร์ตลงทุน และเลือกกองทุน กองทุนหนึ่งที่น่าสนใจ คือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีทั้งแบบที่มีสิทธิในทรัพย์สินหรือเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่ลงทุน (Freehold) และนำรายได้จากการให้เช่ามาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุน ปัจจุบันให้ผลตอบแทน 5% ต่อปี แบบที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุน (Leasehold) จะลงทุนโดยการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันยังให้ผลตอบแทน 6-7% สินทรัพย์กลุ่มนี้ถ้าเทียบกับการไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สิงคโปร์ หรือฮ่องกง หรือไต้หวัน จะได้ผลตอบแทน 2-3% นอกจากนี้ ยังมีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 6-7% กองทุน 2 แบบนี้ สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการมีรายได้ที่แน่นอน และยังเหมาะกับคนวัย 70 กลางๆ ไปถึง 70 ปลายๆ …

รายชื่อ บลจ ที่ได้รับอนุญาต

รายชื่อบลจ ที่ได้รับอนุญาตจาก กลต บมจ. บลจ. กรุงไทย บลจ. กรุงศรี จำกัด บลจ. กสิกรไทย จำกัด บลจ. แคปปิตอล ลิ้งค์ จำกัด บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด บลจ. โซลาริส จำกัด บลจ. ทหารไทย จำกัด บลจ. ทาลิส จำกัด บลจ. ทิสโก้ จำกัด บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด บลจ. ธนชาต จำกัด บลจ. บัวหลวง จำกัด บลจ. บางกอกแคปปิตอล จำกัด บลจ. เพื่อผู้ลงทุนต่างด้าว จำกัด บลจ. ฟิลลิป จำกัด บลจ. …

เราควรขายกองทุนรวมเมื่อใด

ขอนำสาระน่ารู้จากพี่ตู่วรวรรณ มาฝากทุกๆท่านครับ เราควรขายกองทุนรวมเมื่อใด ———————————– มีคนถามกันบ่อยมากว่าเมื่อไหร่ที่เขาควรจะขายกองทุน หรือจะให้ถือกองทุนไปจนชั่วฟ้าดินสลาย บางคนบอกว่าต้องการขายเพราะผลการดำเนินงานตอนนี้แย่ บางคนบอกว่าแม้ผลการดำเนินงานดีแต่เบื่อแล้วอยากเปลี่ยนกองไปซื้อของ บลจ. อื่นบ้าง บางคนก็ขายกองทุนประเภทหนึ่งเพื่อไปซื้อกองทุนประเภทอื่นที่กำลังฮิต เมื่อเราถามไปยัง บลจ. ที่เราซื้อกองทุนนี้ เขามักจะตอบว่า “ไม่ควรขาย หากคุณมีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากประเภทอย่างเหมาะสมแล้ว เพราะว่าแม้กองทุนหุ้นจะไม่ดีในช่วงนี้ แต่กองทุนประเภทอื่นๆ ยังดีอยู่ และโดยรวมแล้วพอร์ตการลงทุนของคุณให้ผลตอบแทนที่ดีพอเหมาะกับความเสี่ยงที่คุณยอมรับ” ที่เขาตอบเช่นนั้นมันไม่ได้ผิด แต่ปัญหาก็คือคนไทยไม่ค่อยลงทุนระยะยาว เราจึงขายกองทุนออกเป็นครั้งคราว บางคนขายกองทุนหุ้นที่มีมูลค่า NAV ลดลงจาก 10 บาทต่อหน่วย แล้วไปซื้อกองทุนหุ้นเหมือนกันในราคา 4 บาทต่อหน่วยเพราะคิดผิดไปว่ามันถูกกว่า บางคนก็ขายแล้วเอาเงินไปซื้อกองทุนตราสารหนี้ หรือไม่กลับมาในกองทุนใดใดอีกเลยเพราะเข็ดแล้ว . คำถามที่ควรถามตนเองก็คือ มันเป็นการกระทำที่ฉลาดหรือไม่ที่จะขายกองทุนนี้ ในเวลานี้ คำตอบคือ “ใช่ คุณควรขาย” หากว่ามีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ใน 3 ประการข้างล่างนี้เกิดขึ้น . 1. ผู้จัดการกองทุนคงจะหลับ หรือมีจำนวนกองทุนที่ดูแลมากเกินกำลัง หรือต้องเข้าประชุมบ่อยไป …

ข้อคิดในการจัดการเงินสำหรับปี 2561

ผ่านไปแป๊บๆจะสิ้นปีแล้ว มีอะไรที่เราถึงเป้าหมายและอะไรที่ยังไม่ถึงบ้างครับ วันนี้ได้ข้อคิดดีๆจากข้อเขียนของพี่ตู่ วรวรรณ ธาราภูมิ เกี่ยวกับการจัดการเงินในปีถัดไปมาฝากกันนะครับ ข้อคิดในการจัดการเงินสำหรับปี 2561 เป็นเรื่องปกติ ที่ในทุกๆ ปลายปี จะมาให้ข้อคิดเพื่อวางแผนการเงินส่วนบุคคลและครอบครัว เพื่อ 1. ให้รู้จักวางแผนการเงิน 2. ให้ทบทวนสถานะครอบครัวและการเงินที่อาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี และ 3. หากมีแผนการเงินแล้ว มีพอร์ตลงทุนของตนที่เหมาะสมแล้ว ก็จะเตือนให้รู้จักปรับสมดุลย์ (Rebalancing) สัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน 1. จัดทำแผนรายได้ ค่าใช้จ่าย ประจำปี 2561 —————————————————— เราต้องเริ่มจากการทำบัญชีรับจ่ายของเราและครอบครัวที่อยู่ในอุปการะของเรา โดยแยกเป็นรายเดือน เพราะเมื่อรู้ที่มาของเงินได้ กับรู้ว่าเงินเราจะออกไปจ่ายทางไหนได้บ้างแล้ว เราจะเห็นฐานะทางการเงินของเราในวันนี้และในอนาคต ทำให้เริ่มพิจารณาได้ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อให้มีเงินออมสะสมไปลงทุนทุกเดือน เราใช้จ่ายอะไรบ้าง อะไรควรลด เราจะหารายได้เพิ่มได้ไหม ทั้งนี้ อย่าลืมใส่รายการผ่อนชำระหนี้ และดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย (ถ้ามี) นอกจากนี้ก็ให้ใส่รายจ่ายขาจรที่ไม่ได้เกิดประจำเป็นรายเดือน เช่น ค่าส่วนกลางที่พักอาศัย ค่าเล่าเรียนบุตร เบี้ยประกันชีวิตและประกันภัย ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าบำรุงรักษาที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ …