Currently browsing tag

ข้อเขียนการลงทุน

กูรูนักลงทุน แนะกลยุทธ์สู่ความมั่งคั่ง

ในเวลานี้ ไม่มีใครไม่รู้จักดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูนักลงทุนที่มีชื่อเสียง บางคนเรียกว่ากลุ่ม VI คือลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่ง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ได้นำข้อเขียนของท่านเผยแพร่ดังนี้ครับ กลยุทธ์สู่ความมั่งคั่ง โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (กรุงเทพธุรกิจ) 20 มกราคม 2558 เด็กจบปริญญาตรีใหม่ๆ หรือเพิ่งเริ่มทำงานได้สักพักหนึ่งบางคน บางทีก็ “ฝัน” ที่จะร่ำรวยด้วยการลงทุนหุ้น พวกเขารู้สึกว่าหุ้น ทำให้คนรวยได้เร็วและเหนื่อยน้อยที่สุด แต่ที่จริงพวกเขาอาจคิดว่าทำงานกินเงินเดือน “ไม่มีทางรวย” เพราะเขานับดูเงินเดือนที่ได้รับแต่ละเดือน แค่พอกินพอใช้ หรือบางทีไม่พอด้วยซ้ำ โอกาสที่จะรวยไม่มีแน่นอน แต่ถ้า “เล่นหุ้น” และประสบความสำเร็จอย่าง “เซียน” หลายๆ คนที่อ้างว่าเริ่มลงทุนด้วยเงินเพียงน้อยนิดหลักหมื่น หรือแสนบาท แล้วเป็นเงินหลายสิบ หรือหลายร้อยล้านบาทในเวลาไม่กี่ปี โอกาสรวยเป็นมหาเศรษฐีก็เป็นไปได้ ดังนั้น คนหวังรวยเร็วๆ ซึ่งเป็นแนวความคิดของเด็กรุ่นใหม่ จึงมุ่งหน้าสู่ตลาดหุ้น และทุ่มเทให้กับการลงทุน หรือเล่นหุ้นจน “ลืม” คิดถึงความเป็นจริง ที่อาจไม่เหมือนกับสิ่งที่รับรู้มา หรือความเป็นจริงของตนเองอาจไม่เหมาะกับการยึดถือการลงทุนเป็นอาชีพตั้งแต่เริ่มต้นทำงานหลังจากเรียนจบ …

ระวังทัศนคติเรื่องการเงินที่ส่งผ่านให้ลูก

ระวังทัศนคติที่ส่งผ่านให้ลูก โดยคุณวรวรรณ ธาราภูมิ CEO กองทุนบัวหลวง 1. เราเคยทิ้งใบเรียกเก็บเงิน หรือ Statement ธนาคาร ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดอ่านไหม 2. ใบเรียกเก็บเงิน หรือ Statement มักเป็นซองสุดท้ายที่เปิดอ่านหรือเปล่า 3. เราจัดเก็บ ใบเรียกเก็บเงิน หรือ Statement อย่างเป็นระเบียบไหม 4. เรามีเวลาที่กันเอาไว้สำหรับทำงบประมาณและวางแผนการเงินของครอบครัวหรือเปล่า 5. เรามีการลงทุนไหม หากมี เรามักจะบ่นเรื่องผลการลงทุนให้ลูกๆ ได้ยินไหม 6. เรามีกำหนดการแน่นอนสำหรับติดตามและปรับปรุงการลงทุนไหม ทั้ง 6 ข้อนั้น ข้อแรกสำคัญที่สุด เพราะว่าเรากำลังส่งผ่านทัศนคติในเชิงลบเรื่องการจัดการเงินๆ ทองๆ ให้ลูกโดยไม่รู้ตัว ลูกจะเอาเป็นแบบอย่าง จะไม่มีวินัยทางการเงิน ไม่ใส่ใจการใช้จ่าย และไม่สนใจการติดค้างชำระหนี้ เราต้องสร้างทัศนคติที่ดีให้ลูกรู้จักจัดระเบียบทางการเงินเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ให้ไปกลัวหรือเกลียด และให้มีระเบียบในชีวิต หากหัดให้ลูกมีส่วนช่วยคิดตัดสินใจในเรื่องการเงินของครอบครัวจะเป็นสิ่งที่ดีมาก เช่น ช่วยกันตัดสินใจว่าจะซื้อ iphone รุ่นใหม่ดีหรือไม่ …

สิ้นปี 2558 นี้หุ้นไทยจะไปถึงไหน

สิ้นปี 2558 นี้หุ้นไทยจะไปถึงไหน โดย คุณวรวรรณ ธาราภูมิ CEO กองทุนบัวหลวง 5 มกราคม 2558 ตามที่ได้ทิ้งไว้ว่าพวกเราคิดอย่างไรกับหุ้นไทยปีนี้ สิ้นปีจะไปถึงไหน เพราะเหตุใดนั้น ความจริงมี 2 เป้าหมายคือ 1. อยากรู้ว่าคิดกันอย่างไร มีเหตุผลที่มาประกอบได้ดีหรือไม่ 2. เป็นคำถามที่มักโดนถามเรื่อยๆ และเป็นคำถามที่ไม่เคยตอบเลยว่าดัชนีจะเป็นเท่าไร เนื่องจากไม่รู้จริงๆ . แล้วเมื่อเจอคำถามแบบนี้ จะตอบอย่างไร ? ————————————————- 1. อิงไปยังเศรษฐกิจปีนี้ที่คาดว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเคยบอกไปแล้วว่าเป็นปีที่ไม่ง่าย ไม่สบาย ไม่หมู เพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลายตัวที่ประกอบเป็น GDP นั้น เกือบทุกตัวยังเครื่องไม่ร้อน GDP = C+I+G+(X-M) C คือ Consumption หรือการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคครัวเรือน ————————————————————————– ครัวเรือนมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เร่งสูงขึ้นมาก จากกว่า …

แมงเม่าเล่าเรื่อง : ลองซื้อขายกองทุนบัวหลวงทศพล BTP

ผมเชื่อว่าทุนที่สำคัญที่สุดของการลงทุน คือความรู้ ซึ่งก็เกิดจากการสอบถาม อ่าน และเรียนรู้ มันสำคัญก็ตรงเรียนรู้ที่แหละครับ เพราะเรื่องของเงินๆทองๆ ถ้าพลาดแล้วก็จะต้องมาเสียใจในภายหลัง ซึ่งหลักของการลงทุนก็บอกว่า อย่ากู้มาลงทุน และเงินออมที่เอามาลงทุน ต้องเป็นเงินเย็นที่ยังไม่รีบใช้งาน ก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งหนึ่งบอกว่า เธอลงทุนผ่านกองทุนรวมเพียงอย่างเดียว เพราะเวลาขายก็ได้เต็มๆ ต่างจากเพื่อนผู้ชายที่เข้าไปซื้อขายหุ้นด้วยตนเอง พอหักค่านายหน้าแล้ว เหลือกำไรไม่มาก โชคดีที่ผมไม่ได้เชื่อในคำพูดของเธอ จึงได้มาศึกษาก่อน เหมือนสวรรค์โปรดที่มีเว็บไซต์จำลองการลงทุนในกองทุนเสมือนจริงมีให้ทดลองซื้อขายทดลองดูแนวโน้มก่อน นั่นก็คือ wealthmagik.com ซึ่งนอกจากจะใช้ทดลองซื้อขายแล้ว ยังสามารถใช้บันทึกการซื้อขายจริงๆได้ (ขอขอบพระคุณเข้าของเว็บ และผู้สนับสนุนเว็บมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ) ใครไม่ทดลองใช้ ระวังตกกระแสนะครับ จากการทดลองและใช้งานจริงในช่วงแรก ก็พบว่า มูลค่าของเงินตอนที่ยังไม่ขายกองทุนรวม กับเมื่อขายกองทุนรวมแล้วมันไม่เท่ากัน !!! เงินหายไปไหน…. ด้วยความเป็นครูวิทยาศาสตร์บ้านนอก เลยต้องทำการสืบค้น ทดลอง แล้วก็พบว่า แต่ละกองทุนมันมี “ค่าใช้จ่าย” อยู่ครับ จึงได้เหตุผลแล้วว่า ทำไมเวลาสั่งขายกองทุนรวมแล้วจึงได้รับเงินไม่เท่ากับมูลค่าของการลงทุนที่แสดงในเว็บ เมื่อรู้แล้ว ก็ถึงเวลาลองสนามจริง หันซ้ายหันขวาเอาไงดีหละ …

รายได้ 8 ประเภท ที่ต้องเสียภาษี

และแล้ว เวลาต้นปีก็มาถึง เป็นเรื่องของการนำรายได้ไปพัฒนาประเทศ (โดย…) อันนี้คิดเอาเองนะครับ แต่เราคนไทย รักชาติ รักประชาธิปไตย ย่อมไม่เลี่ยงภาษีกันอยู่แล้ว จริงไหมครับพี่น้อง อิอิ พอดีได้มีโอกาสไปอ่านบทความของกสิกรไทย ซึ่งเว็บนี้เป็นแหล่งความรู้ที่ดีมากๆ นอกจากจะช่วยเราวางแผนได้แล้ว ยังสามารถทำให้เงินของเรางอกเงยได้อีกด้วย ที่สำคัญ สามารถปรึกษาเค้าได้ฟรีอีกด้วย สำหรับรายได้ที่ต้องเสียภาษีนะครับ มีดังนี้ ค่าจ้าง เงินได้จากหน้าที่ เงินได้จากค่าเช่า เงินค่ารับเหมา ค่าลิขสิทธิ์ เงินจากวิชาชีพอิสระ ดอกเบี้ย / งินปันผล เงินได้จากธุรกิจ / พาณิชย์ / เกษตรกรรม เรื่องของภาษี บางคนไม่ยอมแจ้ง แม้จะเป็นเพียงลูกจ้าง หรืออัตราจ้าง พนักงานราชการ หรืออะไรก็ตาม หากมีการได้รับเงินเดือนแล้วก็ควรต้องแจ้ง ถ้าไม่แจ้งระวังจะเกิดปัญหาในภายหลังนะครับ ต่อให้ต้องเสียหรือไม่ต้องเสียภาษี หน้าที่ของคุณคือ ต้องแจ้งว่ามีรายได้เท่าไร เพราะถ้าเวลาผ่านไป เงินเดือนของคุณเพิ่มมากขึ้นแล้วถึงเวลาต้องไปแจ้ง เค้าอาจตรวจสอบกลับไปย้อนหลังได้นะครับ อย่าไปเชื่อใครครับ เชื่อตัวของเราเองนี่แหละ เสียไม่เสีย …

บทเรียนของนัก(เริ่ม)ลงทุน เงินทองต้องรู้

อย่างที่เคยกล่าวนะครับ ว่าก่อนที่จะลงทุนในสิ่งต่างๆ ทั้งหุ้นหรือกองทุนก็ตาม เราจะต้องมีทุนความรู้ก่อน ทั้งนี้เพราะเงินทองที่เราหามาได้นั้นก็ยากลำบากพอสมควรแล้ว ไหนๆจะทำให้เงินงอกเงย ก็ต้องหาความรู้เพิ่มกันอีกสักหน่อย เพื่อประเมินตนเองว่าจะสามารถรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน อันที่จริงแล้ว รอบๆตัวเรามีความเสี่ยงมากมาย แค่ก้าวออกจากบ้านก็เสี่ยงแล้ว แต่ก็อย่างที่ผู้รู้ด้านการเงินกล่าวครับ ว่าเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง แต่ผู้ที่ฉลาดต้องเลือกความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง และบริหารความเสี่ยงให้เป็น แล้วผลตอบแทนก็จะสูงเอง บางท่านอาจจะมองข้ามไปถึงการลดภาษีเลยนะครับ ผมว่า เรามาศึกษาบทเรียนเงินทองต้องรู้กันดีกว่าครับ http://e-center.vu.ac.th/tsi_e-learning/youth/youth_y04/4web_swf/m7_1_3.swf ขอบคุณครับ

ก่อนจะลงทุน ต้องหาทุนก่อน

ก่อนที่จะเริ่มลงทุนทั้งในหุ้น หรือกองทุน เราต้องเริ่มหาทุนก่อน หากเป็นผู้มีเงินเดือนสูงหรือมีทรัพย์สินมากมายอยู่แล้ว จุดนี้ก็ไม่ต้องกังวนสักเท่าไร แต่ถ้าเรายังเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำกิจการเล้กๆน้อยๆ เราควรทำอย่างไรดี มี 2 ประการครับ 1. หารายได้ให้มากขึ้น 2. ลดรายจ่ายให้น้อยลง หากเราใช้ความสามารถพิเศษที่เรามี สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากรายได้หลักแล้ว เราก็จะมีทุนมากขึ้น ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเลิกงาน ก็อาจสร้างรายได้หลักร้อยหลักพัน (บางคนหลักหมื่นเลยก็มี) ในขณะที่เราเพิ่มรายได้แล้ว เราควรลดรายจ่ายไปพร้อมๆกัน ลด ละ เลิกอะไรที่ดูเหมือนไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะทำให้เงินคงเหลือสำหรับลงทุนเราสูงขึ้น มีหนังสือหลายเล่มที่ซื้อมาอ่าน เค้ามันจะเปรียบเีทียบกับกาแฟแก้วละหลายสิบบาท หากงดดื่มได้ ก็มีเงินเหลือไว้ลงทุนหลักพันเลยทีเดียว (พลังกาแฟนี่น่ากลัวจริงๆ) สิ่งที่ควรหามาเป็นทุนอีกอยากหนึ่งคือความรู้ในการลงทุน ทั้งลงทุนในหุ้น ลงทุนในกองทุนรวม ลงทุนในน้ำมัน หรือลงทุนในทองคำ เพราะในขณะที่เรายังไม่พร้อมเรื่องทุน เราก็หาความรู้ไปก่อน เมื่อพร้อมเมื่อไร ก็สามารถเดินเข้าสู่สนามได้เลยทันที เห็นว่าวันที่ 1 – 3 ม.ค. 56 นี้ จะมีเรื่องเกี่ยวกับการเงินการลงทุน มาที่เซ็นทรัลพิษณุโลก …