ขอเชิญชวน​ ร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคี​ สร้างอาคาร สถานพยาบาลชุมชน “หมอพร” ณ บริเวณศาลกรมหลวงชุมพร หาดทรายรี

ผ้าป่ากรมหลวงชุมพร

พล.ร.อ.จุมพล​ ลุมพิกานนท์​  ในนามของ​ ประธาน​ “มูลนิธิกรมหลวงชุมพรหาดทรายรี “
ขอเชิญชวน​ร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคี​ สร้างอาคารสถานพยาบาลชุมชน “หมอพร” ณ บริเวณศาลกรมหลวงชุมพร หาดทรายรี​( สถานที่สิ้นพระชนม์)​ จังหวัดชุมพร​

วัตถุประสงค์

เพื่อสืบสานงานแพทย์หมอพร อันประกอบด้วย แพทย์แผนไทย(สมุนไพร​ นวด)​ แพทย์ฉุกเฉินปฐมพยาบาล และศูนย์กู้ชีพ​ ถวายเป็นพระกุศล เสด็จเตี่ย​ กรมหลวงชุมพร

ร่วมบริจาคได้ที่บัญชีมูลนิธิฯ​ 

ธนาคารทหารไทย​ เลขที่​ 115-2-27116-7
(กรุณาแจ้งที่อยู่เพื่อออกใบอนุโมทนา​บัตร​ ด้วยครับ)
กรุณาประชาสัมพันธ์บอกบุญ ร่วมทำบุญตามศรัทธา

สำหรับผู้ร่วมบริจาค 500 บาทขึ้นไป
มูลนิธิฯ​ ขอมอบผ้ายันต์ “กรมหลวงชุมพร” ”
เจ้าประคุณสมเด็จธงชัยปลุกเสก” 1ผืน​ ครับ

ผ้ายันต์กรมหลวงชุมพร เจ้าคุณธงชัยปลุกเสก

ผ้ายันต์กรมหลวงชุมพร เจ้าคุณธงชัยปลุกเสก

รายชื่อพระเกจิ พิธีมหาจักรพรรดิ์ ปี 2515 พิษณุโลก

เกจิคณาจารย์ปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลพิธีมหาจักรพรรดิ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก 20 มกราคม พ.ศ.2515

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีมหาจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีจักรพรรดิ์ 20 มกราคม พ.ศ.2515 จัดขึ้น ณ วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก (pra.kruchamp.com)

เจ้าพิธี พระอาจารย์ผ่อง จินดา วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพมหานคร และ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

ประธานฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) เป็นประธานจุดเทียนชัย

ประธานฝ่ายฆราวาส ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย

ประธานฝ่ายสงฆ์ดับเทียนชัย พระพิษณุบุราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร พิษณุโลก

ประธานบริกรรมปลุกเสก พระครูศรีพรหมโสภิต (หลวงพ่อแพ) วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี

รายนามพระเกจิ พิธีมหาจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสก 109 รูป ดังรายนามด้านล่างนี้

พระครูวิริยะโสภิต (หลวงพ่อทอง) วัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี
พระราชธรรมมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
พระครูจันทรโสภณ (หลวงพ่อนาค) วัดทัศนารุณสุนทริการาม กรุงเทพ
พระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี
พระครูภาวนาณุโยค (หลวงพ่อหอม) วัดชากหมาก จ.ระยอง
หลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง จ.บุรีรัมย์
พระครูวิจิตนชัยการ (หลวงพ่อสด) วัดหางน้ำสาคร จ.ชัยนาท
พระครูนนทกิจวิมล (หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ จ.นนทบุรี
พระครูประดิษฐ์นวการ (หลวงพ่อบุญ) วัดวังมะนาว จ.ราชบุรี
พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่ออยู่) วัดใหม่หนองพะองค์ จ.สมุทรสาคร
พระครูธรรมสาคร (หลวงพ่อกรับ) วัดโกรกกราก จ.สมุทรสาคร
พระครูปัญญาโชติ (หลวงพ่อเจริญ) วัดทองนพคุณ จ.เพชรบุรี
พระครูประสาทวรคุณ (หลวงพ่อพริ้ง) วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี
หลวงพ่อชื่น วัดคุ้งท่าเลา จ.ลพบุรี
พระครูสนิทวิทยการ วัดท่าโขลง จ.ลพบุรี
พระครูปิยธรรมภูสิต (หลวงพ่อคำ) วัดบำรุงธรรม จ.สระบุรี
พระครูกิตพิจารณ์ (หลวงพ่อผัน) วัดราษฎร์เจริญ จ.สระบุรี
พระครูพุทธฉายาภิบาล วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี
พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (หลวงพ่อมุ่ย) วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี
พระวินัยรักขิตาวันมุนี (หลวงพ่อถิร) วัดป่าเลไลย์ จ.สุพรรณบุรี
พระวิบูลเมธาจารย์ (หลวงพ่อเก็บ) วัดดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
พระครูอภัยภาดาทร (หลวงพ่อขอม) วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี
พระครูกิตตินนทคุณ (หลวงพ่อกี๋) วัดหูช้าง จ.นนทบุรี
พระอาจารย์สมภพ เตชปุญโญ วัดสาลีโข จ.นนทบุรี
พระครูประกาศสมาธิคุณ (หลวงพ่อสังเวียน) วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพ
พระเทพเจติยาจารย์ (อาจารย์วิริยัง) วัดธรรมมงคล กรุงเทพ
พระเทพโสภณ (สมเด็จพระมหาธีราจารย์) (นิยม) วัดชนะสงคราม กรุงเทพ
หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จ.นครปฐม
พระครูสาธุกิจวิมล (หลวงพ่อเล็ก) วัดหนองดินแดง จ.นครปฐม
พระวิสุทธิรังษี (หลวงพ่อเปลี่ยน) วัดชัยชุมพลฯ (วัดใต้) จ.กาญจนบุรี
พระครูอุดมสิทธาจารย์ (หลวงพ่ออุตตมะ) วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
พระครูจันทสโรภาส (หลวงพ่อเที่ยง) วัดม่วงชุม จ.กาญจนบุรี
พระครูโกวิทสมุทรคุณ (หลวงพ่อเนื่อง) วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
พระครูศรีพรหมโสภิต (หลวงพ่อแพ) วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี
พระอาจารย์ผ่อง (จินดา) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ
พระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ (ครูบาใฝ) วัดพันอ้น จ.เชียงใหม่
พระครูวิรุฬห์ธรรมโกวิทย์ (ครูบาสิงห์คำ) วัดเจดีย์สถาน จ.เชียงใหม่
พระครูมงคลคุณาธร วัดหม้อคำตวง จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อบุญมี วัดท่าสต๋อย จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อแสน วัดท่าแหน จ.ลำปาง
หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน จ.ลำปาง
พระครูสุเวทกิตติคุณ (หลวงพ่อบุญชุบ) วัดเกาะวาลุการาม จ.ลำปาง
หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง
หลวงพ่อบุญสม วัดหัวข่วง จ.ลำปาง
พระวิบูลวชิรธรรม (เจริญ) วัดท่าพุทรา (วัดคฤหบดีสงฆ์) จ.กำแพงเพชร
หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร จ.นครสวรรค์
หลวงพ่อพรหม ถาวโร วัดช่องแค จ.นครสวรรค์
พระครูนิสัยจริยคุณ (หลวงพ่อโอด) วัดจันเสน จ.นครสวรรค์
พระครูไพโรจน์อรัญญคุณ (หลวงพ่อคัด) วัดท่าโบสถ์ จ.ชัยนาท
หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆษิตาราม จ.ชัยนาท
พระครูสุจิตตานุรักษ์ (หลวงพ่อจวน) วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี
พระครูสุวรรณสุตาคม (หลวงพ่อดวง) วัดทอง จ.สิงห์บุรี
พระครูอาทรสิกขการ (หลวงพ่อโต๊ะ) วัดสระเกศไชโย จ.อ่างทอง
พระครูสันทัศธรรมคุณ (หลวงพ่อออด) วัดบ้านช้าง จ.อยุธยา
พระครูประภาสธรรมคุณ (หลวงพ่อแจ่ม) วัดวังแดงเหนือ จ.อยุธยา
พระครูประสาทวิทยาคม (หลวงพ่อนอ) วัดกลางท่าเรือ จ.อยุธยา
พระครูพิพิธวิหารการ (หลวงพ่อเทียม) วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา
พระครูสาธรพัฒนกิจ (หลวงพ่อลมูล) วัดเสด็จ จ.ปทุมธานี
พระครูวิเศษมงคลกิจ (หลวงพ่อมิ่ง) วัดกก กรุงเทพ
พระครูอนุกูลวิทยา (หลวงพ่อเส็ง) วัดน้อยนางหงส์ กรุงเทพ
พระครูพิริยกิจติ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ
พระครูภาวณาภิรมย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพ
พระครูโสภณกัลป์ยานุวัฒน์ (หลวงพ่อเส่ง) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กรุงเทพ
พระครูพินิจสมาจารย์ (หลวงพ่อโด่) วัดนามะตูม จ.ชลบุรี
พระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสริโก) วัดละหารไร่ จ.ระยอง
พระครูวชิรรังสี วัดมฤคทายวัน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พระครูวชิรคุณาญาณ วัดในกลาง จ.ประจวบคีรีขันธ์
พระครูสุทธาจารคุณ (หลวงพ่ออ่ำ อินฺทโชโต) วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์
พระครูอุดมศีลจารย์ (พ่อท่านเย็น) วัดโคกสะท้อน จ.พัทลุง
พระครูพิศาลพัฒนกิจ (พ่อท่านพระครูปลัดบุญรอด) วัดประดู่พัฒนาราม จ.นครศรีธรรมราช
พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง
พระครูพิพัฒน์สิริธร (หลวงพ่อคง สิริมโต) วัดบ้านสวน จ.พัทลุง
หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จ.ชุมพร
หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต จ.ขอนแก่น
หลวงปู่จันทร์ วัดสำราญ จ.อุบลราชธานี
หลวงพ่ออ่อน วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์
หลวงพ่อครูบาวัง พรหมเสโน วัดบ้านเด่น จ.ตาก
พระครูนันทิยคุณ (ครูบาตัน นนฺทิโย) วัดเชียงทอง จ.ตาก
หลวงพ่อเกตุ สุวรรโณ วัดศรีเมือง จ.สุโขทัย
พระครูสุวิชานวรวุฒิ (หลวงพ่อปี้) วัดบ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย
พระครูคีรีมาสธรรมคุณ วัดวาลุการาม จ.สุโขทัย
พระครูพิลาศธรรมคุณ (หลวงปู่โถม) วัดธรรมปัญญาราม จ.สุโขทัย
พระครูไกรลาศสมานคุณ (หลวงพ่อย่น) วัดกงไกรลาศ จ.สุโขทัย
พระอาจารย์พวง วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร จ.สุโขทัย
พระอาจารย์ฉลอง วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร จ.สุโขทัย
พระครูพินิจธรรมภาณ (สมจิตร) วัดวังแดง จ.พิจิตร
พระครูพิมลธรรมานุศิษฐ์ (หลวงพ่อขวัญ) วัดบ้านไร่ จ.พิจิตร
พระอาจารย์ชัย วัดกลาง จ.อุตรดิตถ์
หลวงพ่อบุญ อุตตโม วัดน้ำใส จ.อุตรดิตถ์
พระครูนวการโฆษิต (หลวงพ่อจันทร์) วัดหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์
พระพิษณุบุราจารย์ (แพ พากุโล) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
พระสมุห์ละมัย (พระวรญาณมุนี วัดอรัญญิก) หลวงตาละมัย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
พระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สมฺปนฺโน) วัดสระแก้วปทุมทอง จ.พิษณุโลก
พระครูอภัยจริยาภิรมณ์ วัดใหม่อภัยยาราม จ.พิษณุโลก
พระครูวินัยธรสุเทพ วัดแสงดาว จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์ถนอม วัดนางพญา จ.พิษณุโลก
พระครูประภาสธรรมมาภรณ์ (หลวงปู่แขก) วัดสุนทรประดิษฐ์ จ.พิษณุโลก
พระครูศรีรัตนาภรณ์ (หลวงพ่อไช่) วัดศรีรัตนาราม จ.พิษณุโลก
หลวงพ่อเปรื่อง วัดคูหาสวรรค์ จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์พิมพ์ วัดคูหาสวรรค์ จ.พิษณุโลก
หลวงพ่อเฉลิม วัดโพธิญาณ จ.พิษณุโลก
หลวงพ่อเปรื้อง วัดโพธิญาณ จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์ชุ่ม วัดกรมธรรม์ จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์โต วัดสมอแข จ.พิษณุโลก
พระครูประพันธ์ (หลวงพ่อพัน) วัดบางสะพาน จ.พิษณุโลก
พระครูวิจารณ์ศุภกิจ (อาจารย์ทองม้วน) วัดวังทอง จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์นวล วัดนิมิตธรรมาราม จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์ธงชัย วัดวชิรธรรมราชา จ.พิษณุโลก
พระราชมุนี (โฮม) วัดสระปทุม กรุงเทพ

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พิธีจักรพรรดิ์ ปี 2515

พระนางพญา ปี 2514 นางพญาอาจารย์ถนอม

พระนางพญากรุเก่ามีราคาสูงมาก แต่ในปี 2514 พระอาจารย์ถนอม เจ้าอาวาสวัดนางพญา ได้นำผงพระนางพญาที่แตกหักเสียหาย เอามาพลีป่นผสมทำเป็นพรนางพญา และได้อัญเชิญดวงพระฤกษ์ประทับด้านหลัง

พระนางพญาเนื้อดินเผา วัดนางพญา จ.พิษณุโลก ปี2514 ครูแชมป์ทราบว่าสร้างขึ้นในสมัย พระอาจารย์ถนอม เขมจาโร องค์พระมีด้วยกัน 2 ลักษณะ พิมพ์ใหญ่ (เข่าโค้ง) และ พิมพ์เล็ก (สังฆาฏิ) โดยอัญเชิญพระฤกษ์ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับด้านหลังองค์พระ (ที่ไม่ประทับก็มีเป็นส่วนน้อย) มีมวลสารพระนางพญาที่แตกหักชำรุดซึ่งอาจารย์ถนอมเก็บรักษาไว้บดผสมในองค์พระ
วัตถุประสงค์ในการสร้างคราวนั้นเพื่อจัดหาจตุปัจจัยในการสร้างพระอุโบสถวัดนางพญาภายหลังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมทางสงฆ์

สถานที่ประกอบพิธี วิหารวัดนางพญา จ.พิษณุโลก

ผู้สร้างปลุกเสกพระนางพญาปี 2514

ประธานฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)
ประธานฝ่ายฆราวาส พลโท สำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาพที่ 3
ประธานจุดเทียนชัย สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)
ประธานดับเทียนชัย หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
เจ้าพิธีสงฆ์ พระอาจารย์ ไสว สุมโน
เจ้าพิธีพราหมณ์ พระครูวามเทพมุนี
พิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งนี้นับได้ว่ายิ่งใหญ่มากครั้งหนึ่งในประวัติการจัดสร้างพระเครื่อง ประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ ที่ 30 มกราคม 2514 ถ่ายทอดเสียงออกอากาศทางสถานีวิทยุไปทั่วประเทศตลอดวันตลอดคืน
รายนามพระคณาจารย์ร่วมประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลวัดนางพญา ปี2514 
สมเด็จ พระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)
พระอุปชาฌ์ ประมุข วัดจงโก จ.ลพบุรี
พระครูพรหมจักรสังเวช (ครูบาพรหมา ธมฺจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน
พระครูวิรุนห์ธรรมโกวิท วัดเจดีย์สถาน จ.เชียงใหม่
พระครูภาวนาภิรัตน์ วัดน้ำบ่อหลวง จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อเกษมเขมโก สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง
หลวงพ่อบุญมี จ.เชียงใหม่
พระครูธรรมสาร จ.ขอนแก่น
พระคัมภีรญาณเถระ จ.ขอนแก่น
หลวงพ่อสิงห์ จ.มหาสารคาม
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม.
อาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร
หลวงพ่อบุญมา วัดคีรีสารวัน
หลวงพ่อสด จ.ชัยนาท
หลวงพ่อทบ วัดชนแดน จ.เพชรบูรณ์
พระเกตุจันทสุวรรณโณ วัดศรีเมือง จ.สุโขทัย
หลวงพ่อโอด วัดจันเสน
หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ จ.สุพรรณ์บุรี
หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี
หลวงพ่อบุญสม วัดหัวข้วง จ.ลำปาง
พระครูประศาสน์ธรรมคุณ จ.พิษณุโลก
หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต จ.ขอนแก่น
พระครูศรีปริยัติยานุรักษ์ จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อสว่าง จ.กำแพงเพชร
หลวงพ่อแกร จ.นครสวรรค์
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
หลวงพ่อขอม จ.สุพรรณบุรี

เริ่มดำเนินการเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม 2512 เวลา 9 นาฬิกา 12 นาที เป็นปฐมฤกษ์ตามพระฤกษ์สร้างพระอุโบสถที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกมหาจักรพรรดิ์ตราธิราชตามจารีตประเพณีโบราณาจารย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2514 ในวิหารวัดนางพญา จ.พิษณุโลก พิธีนี้เป็นอภิมหาพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่มากในยุคนั้น โดยนิมนต์ยอดเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศ 108 รูป

พิธีวัดสุนทรประดิษฐ์ ปี 2534 พิธีใหญ่

พิธีพุทธาภิเษก วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2534 ณ วัดสุนทรประดิษฐ์

โดยมีพระคณาจารย์ 21 รูปร่วมอธิษฐานจิต ดังรายนามต่อไปนี้

1. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง

2. หลงพ่อเปิ่น วัดบางพระ

3. หลวงพ่อห้อม วัดคูหาสรรค์

4. หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญ

5. หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน

6. หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง

7. หลวงปู่ดี วัดพระรูป

8. หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม

9. หลวงพิมพา วัดหนองตางู

10. หลวงพ่อช่อ(ฤาษีลิงขาว) วัดฤกษ์บุญมี

11. หลวงปู่มี วัดมารวิชัย

12. หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน

13. หลวงพ่อมหาพันธ์ วัดเนรมิตรวิปัสสนา

14. หลวงพ่อจิตร วัดวังแดง

15. หลวงพ่อโถม วัดธรรมปัญญาราม

16. หลวงพ่อเจ๊ก วัดระนาม

17. หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดชากนิมิตวิทยา

18. หลวงตาละมัย วัดอรัญญิก

19. หลวงพ่อตุ๊เจ้าป่า วัดรวมเทพ

20. หลวงพ่อบุญจันทร์ วัดในห้วย

21. หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์

ความรักที่ส่งต่อในวัตถุมงคล

วันนี้ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายมรณกาลของหลวงพ่อกวย ชุติธโร วัดโฆษิตาราม

ในวันนี้จึงขอเขียนความรักที่ครูมีต่อลูกศิษย์ ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างหลวงพ่อกวย หลวงปู่แขก และหลวงตาไหว ผู้ซึ่งเป็นเหมือนดั่งพ่อแม่ครูอาจารย์ที่คอยปกป้องลูกศิษย์นึกถึงแต่ปวงศิษย์ทั้งหลาย

อันนี้ขอเขียนในแง่มุมของความรักไม่อยากเขียนถึงเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ เพราะเดี๋ยวจะมีพวกที่ค้าขายวัตถุมงคลนำมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวไป

หลวงพ่อกวยเป็นพระที่สมถะแต่หมั่นหาวิชาในวัยหนุ่ม แสวงหาครูบาอาจารย์จนได้รับการยอมรับจากเกจิยุคก่อน พ.ศ. 2500 หลวงพ่อเป็นผู้ที่รักศิษย์ทุกคนเหมือนลูก เวลาว่างก็จะสร้างวัตถุมงคลไม่พักผ่อน เพราะท่านบอกว่าสร้างเท่าไรก็ไปพอ อีกหน่อยคนจะตามหาเยอะ

อีกรูปหนึ่งคือ ท่านเจ้าคุณหลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ ทุกครั้งที่ครูแชมป์ไปเที่ยววัด หลังจากที่ท่านฉันเสร็จแล้ว หากไม่มีแขกท่านจะเข้าที่นั่งอธิษฐานจิตให้กับสิ่งต่างๆที่บรรดาลูกศิษย์นำมาฝากไว้ หากมีลูกศิษย์มาขอให้เสก จาร เพิ่มเติม ท่านก็เมตตาสงเคราะห์ทุกคนไม่เลือกว่ายากดีมีจน

รูปสุดท้ายคือหลวงตาไหว ชาวบ้านแถบบางระกำจะเรียกท่านว่า พระครูไสว ขันติพโล แต่ครูแชมป์เรียกท่านว่าหลวงตาเพราะนับถือหลวงปู่แขกเป็นทางพ่อ นับถือหลวงตาเป็นทางแม่ ซึ่งได้ขออนุญาตท่านแล้วและรู้สึกจะมีคนเดียวที่ท่านให้เรียกได้

คราวนี้จะขอกล่าวถึงในจุดที่ว่าทำไมถึงได้บอกว่าท่านรักศิษย์นักหนา ในการสร้างวัตถุมงคลต่างๆนั้น หากต้องการปริมาณมากๆในระยะเวลาอันสั้นก็ต้องพึ่งการสั่งทำจากโรงงาน ปัจจุบันสามารถสั่งทำได้หลักพันหลักหมื่นได้ภายในไม่กี่วัน ต่างจากสมัยก่อนที่ต้องใช้เวลาในการทำมากอยู่

หนึ่งในวัตถุมงคลที่ทำยากก็คือ “ตะกรุด” ซึ่งมีทั้งแผ่นโลหะหรือสร้างจากวัตถุอื่นๆ (กระดาษ ไม้ไผ่ ผ้า ฯลฯ) แท้จริงแล้วการทำตะกรุดแล้วม้วนเป็นแท่งนั่นเพราะให้สะดวกต่อการพกพา

ในการลงยันต์ที่ตะกรุด หากเป็นการจารมือ ท่านจะต้องเรียกแม่ธาตุก่อน ปลุกแผ่น จากนั้นก็จารไปทีละตัว จารหนึ่งตัวท่อง 1 คำ (ต่างจากที่เราเขียนภาษาเราธรรมดา) เพราะต้องเรียกชื่อ สนธิตัวอักษร และทำให้บังเกิด (อักษร 1 ตัว จะต้องท่องคาถาเรียกสูตรเรียกนามประมาณ 44 พยางค์ ถ้าเขียน 20 ตัวก็คูณเข้าไป) ดังนั้นการจารตะกรุด 1 ดอกจะใช้เวลามาก เมื่อจารแล้ว ท่านจะใช้มือรูปประจุพลังแล้วเรียกชื่อตะกรุดปลุกด้วยคาถาว่าจะให้เด่นทางไหน แคล้วคลาด คงกระพัน โชคลาภ คุ้มภัย เมตตามหาเสน่ห์

บางครั้งหากมาธิจิตไม่ดี เวลาเขียนลงไปเกือบจะเสร็จแล้ว พลาดไปเขียนตัวอักษรทับกัน หรือทับเส้นตารางยันต์ ก็จำเป็นต้องนำแผ่นยันต์แผ่นนั้นทิ้งทันที เพราะถ้านำไปใช้ก็ไม่เกิดผลอะไร เราเรียกว่ายันต์ตาบอด บางทีจารยันต์ไปเกือบชั่วโมงแต่ถ้าไม่มีสมาธิพลาดไปแค่นิดเดียวก็หมดกัน

ครูแชมป์โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยท่านได้จารยันต์จารตะกรุดประจุพลังประจุอาคมให้ ไปไหนมาได้ถือว่าครูบาอาจารย์คุ้มครองตัว นั่นเพราะท่านค่อยๆลงอักขระ ตามด้วยอธิษฐานให้ปกป้องคุ้มครองเรา

ครูอาจารย์ย่อมรักศิษย์ อะไรที่ทำให้ได้ท่านก็จะทำให้สุดแรงสุดหัวใจ อยากได้อะไรก็ยกให้มิได้ปิดบังซ่อนเร้น เหล่าศิษย์พึงรักษาความรักของครูบาอาจารย์ท่านไว้อย่าได้เสื่อมคลายในความเคารพรักเลย

ครูแชมป์

พิริยะ  ตระกูลสว่าง
12 เมษายน 2561

เหรียญผู้ชนะสิบทิศ หลวงปู่แขก

ปีนี้เป็นปีชงของปีจอ ก่อนหน้านี้เห็นเหรียญหนุมานมาหลายรุ่นหลายแบบ ส่วนตัวไม่ได้ชอบเลย เพราะเคยรู้มาว่า คนที่ห้อยหนุมาน สักหนุมาน ล้วนมีอาการ “ร้อน” ทั้งนั้น นั่นเพราะหนุมานเหมาะสำหรับสายบู้

เหรียญหนุมานผู้ชนะสิบทิศ หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์

เหรียญหนุมานผู้ชนะสิบทิศ หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์

จริงๆผมเห็นเหรียญผู้ชนะสิบทิศมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่อยากนำมาใช้ จนกระทั้งปีนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร อยากนำมาห้อยเสียเหลือเกิน บังเอิญไปอ่านเจอด้วยว่าหนุมานเป็นที่เกรงใจของพระเคราะห์จึงแก้ชงได้(ในกรณีของคนที่เชื่อปีชง)

ผมได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณหลวงปู่แขก วันที่ 28 มีนาคม 2561 เมตตาจารยันต์ลงในเหรียญด้านหน้า และเล็บมือ ข้าวเหลือช้อนสุดท้าย และจีวรของหลวงปู่นำใส่ลงไปตอนเลี่ยมพลาสติกด้วย

อันนี้เลี่ยมแบบเลนส์ครับ เลี่ยมโบราณแบบนี้สวยดี ห้อยด้านนอกได้ไม่อายใคร

ส่วนเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ เดี่ยวถ้ามีแล้วจะมาเขียนเล่าเพิ่มนะครับ

ประสบการณ์หลวงปู่แขก มาฆบูชา 2561

#บันทึกประสบการณ์วันมาฆบูชา2561

(เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นของผู้เขียนเกี่ยวกับหลวงปู่แขก ปภาโส วัดสุนทรประดิษฐ์ ไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ทั้งหมด หรือบางส่วน ในรูปแบบของข้อความ สื่อดิจิทัล เพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้ของกลุ่มพุทธพาณิชย์เหมือนบทความเดิมอันไม่ได้เกิดจากความศรัทธาอย่างแท้จริง)

ในวันที่ 1 มี.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันหยุดวันมาฆบูชา ผมได้ขี่จักรยานยนต์ไปทำบุญที่วัดสุนทรประดิษฐ์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัยและอุทิศให้เทวดารักษาตัวของบิดามารดา ทุกครั้งที่ไปที่วัดก็จะได้รับความรู้สึกสบายใจ เพราะเหมือนได้อยู่ใกล้ญาติผู้ใหญ่ที่คอยปกป้องดูแล

เมื่อไปถึง ได้นำอาหารไปถวายหลวงตาไหว (พระครูประสาธท์ธรรมคุณ) ก็ได้ไปดูที่กุฏิของหลวงปู่แขก (ท่านเจ้าคุณพระมงคลสุธี) พบว่าหลวงปู่เพิ่งฉันอาหารเสร็จพอดี จึงขอโอกาสบีบนวดปรนบัติรับใช้ตามวาระ เมื่อนั่งคุยนั่งนวดไปสักพัก หลวงปู่บอกว่าเดี๋ยวจะเข้าที่นั่ง แล้วท่านก็ลุกไปกราบพระ ผมก็เปิดพัดลมตัวที่อยู่ใกล้ๆแต่ก็ไม่ทำงาน ด้วยความกลัวว่าจะมายุงมากัดหลวงปู่ จึงได้หาสิ่งของมาพัดให้กลวงปู่เบาๆ

ในขณะที่นี่นังพัดวีให้หลวงปู่ แว๊บหนึ่งของความคิดอยากจะขอบารมีของพ่อแม่ครูอาจารย์เข้ามาในตัวเราบ้าง จึงขออาราธนาบารมีหลวงปู่ แล้วจับตรงปลายชายสังฆาฏิด้านหลังของหลวงปู่โดยท่องอาราธนานังไว้ตลอด

ผมไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งนี้ว่าอย่างไร แต่สิงที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นก็สร้างความรู้สึกฉงนใจ เพราะปลายนิ้วที่สัมผัสกับชายผ้าสังฆาฏิรู้สึกเหมือนเราจับชีพจรคนอื่นที่ข้อมือ รู้สึกเลยว่า หนึบ หนึบ มันชีพจรที่เต้นเป็นจังหวะชัดๆ ขณะนั้นไม่ได้สัมผัสตัวของหลวงปู่เลย

ขอบันทึกไว้เพื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนบุคคล ไม่ได้อ้างอิงถึงอิทธิปาฏิหาริย์ใดๆ เพราะทุกครั้งที่พูดคุยกับหลวงปู่ ท่านจะสอนหลักธรรมะโดยตลอดไม่พูดถึงเรื่องปาฏิหาริย์ และเมื่อมีใครมาเล่าประสบการณ์ ท่านก็จะยิ้มๆแล้วก็อธิบายตามหลักธรรมของพระพุทธองค์

พิริยะ ตระกูลสว่าง
2 มีนาคม 2561

พระไพรีพินาศ รุ่นชัยชนะศึก พ.ศ. 2546

พระไพรีพินาศรุ่นชัยชนะศึก

พระไพรีพินาศรุ่นชัยชนะศึก

จากการที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงหลั่งน้ำทักษิโณฑก ประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2123 นั้น พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถ มีน้ำพระทัย กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทรงเป็นนักรบและเป็นแม่ทัพผู้รอบรู้ในยุทธศาสตร์ ตลอดจนยุทธวิธีต่างๆ เป็นเลิศเป้นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งต่อคนไทยทั้งชาติ ทุกคร้งที่พระองค์เสด็จออกทำศึกสงคาม จะเสด็จนำหน้ากองทัพทุ่มเทพระวรกาย เพื่อประชาชน และประเทศชาติ ตลอดพระชมม์ชีพของพระองค์ ความกล้าหาญ และเด็ดเดี่ยวของพระองค์เป็นที่เกรงขามของข้าาศึกเป็นอย่างยิ่ง พระราชกรณียกิจของพรเองค์ประดุจดังพระสยามเทวาธราช ได้อัญเชิญให้พระองค์มาถือกำเนิดเพื่อกอบกู้เอกราชของชาติได้และสร้างความเจริญมั่นคง ความเป็นปึกแผ่นของชาติไทย พระเกียรติคุณชองพระองค์ได้แผ่ขจรขจายไปทั่ววทุกสารทิศ จนได้รับสมัญญานามมหาราชตั้งแต่อดีตกาล ด้วยกุศลผลบุญที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้สร้างไว้มากมายมหาศาล ต่อชาติ และประชาชนในครั้งนั้น ยังประทับอยู่ในความทรงจำของประชาชนในครั้งนั้น ยังประทับอยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าในปัจจุบันโดยที่มิอาจจะลืมเลือนไปได้

การก่อสร้างพระมหาเจดีย์ฯ เพื่อเป็นอนุสรณ์พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในพื้นที่อำเภอแม่สาย
จังหวัดเชียงราย จะเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนให้รำลึกถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และจะได้รวมพลังสามัคคีแก้ไขปัญหาของชาติให้มีความมั่นคง และรักษาอธิไปไตยของชาติตลอดไป


1. วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์
1.1 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย จนเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน
1.2 เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย โดยเฉพะาเพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้ร่วมแรงร่วมใจ เสียสละชีวิต
เลือดเนื้อ ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ
1.3 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทรงเป็นนักรบและ แม่ทัพ ผู้รอบรู้ในยุทธศาสตร์ตลอดจนยุทธวิธีต่างๆ เป็นเลิศ
1.4 เพื่อเป็นปูชนียสถานที่ชาวไทยทุกคนได้เคารพสักการะ อีกทั้งชาวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวได้ทราบถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์

2. สถานที่ก่อสร้างโครงการ
บริเวณฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน (เก่า) พิกัด NC 905584 ความสูง 1,750 ฟุต บ้านป่ายางผาแตก
อ.แม่สาย จ.เชียงราย เส้นทางสายอำเภอแม่สาย-บ้าผาหมี-บ้านผาฮี้

3. รูปแบบในการก่อสร้าง
3.1 พระมหาเจดีย์ รูปแบบเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
3.2 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยู่ด้านหน้าพระมหาเจดีย์ หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ
มีขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริง 2.5 เท่า เป็นรูปประทับบนหลังม้า

4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เมื่อพระมหาเจดีย์ “ชัยชนะศึก” ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ตามโครงการ จะเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง 1,750 ฟุต ที่มองเห็นไกลออกไปทุกพื้นที่ ทำให้ชาวไทยทุกคนได้เคารพสักการะ ได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากมาย เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทุกคนให้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีของประเทศชาติ มีความภูมิใจที่เกิดมาเป็นประชาชนคนไทย มีความรักสามัคคี เสียสละที่จะอุทิศชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติให้อยู่คงตลอดชั่วกาลนาน

03

แบบม้าที่ช่างกำลังดำเนินงานปั้นอยู่ในขณะนี้

พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่จะนำไปประดิษฐาน ณ พระมหาเจดีย์ชัยชนะศึก จ.เชียงราย

พิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2545
บริเวณที่จะทำการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ “ชัยชนะศึก” และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.แม่สาย จ.เชียงราย

04

(ซ้าย) พระเทพรัตนกวี รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก
(กลาง) และพระปัญญาพิศาลเถร (หลวงพ่อไพบูลย์) วัดอนาลโย จ.พะเยา ประกอบพิธีเจิมแผ่นศิลาฤกษ์
(ขวา) พระราชครูวามเทพมุนี ประกอบพิธีบวงสรวง

05

พลเอกวัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานวางศิลาฤกษ์

พิธีบวงสรวง และเททองเป็นปฐมฤกษ์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
โดยพลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ รองผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธี
พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศ เป็นองค์ประธานเททอง
ร่วมด้วยพระเกจินั่งปรก 8 รูป

06

07

แผ่นยันต์ 108 นะ 14 ที่นำมาเป็นชนวนในการจัดสร้างตามตำราการจัดสร้างพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์
เครื่องหมายยศทองคำ และแผ่นทองคำที่พลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์มีจิตศรัทธาร่วมหล่อเป็นชนวนมวลสาร

08

พิธีเททองหล่อชนวนแผ่นยันต์ 999 แผ่น ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งปรก และร่วมเททองหล่อ
เพื่อนำชนวนเหล่านี้ไปผสมในการสร้างพระไพรีพินาศทั้งหมด
(ชื่อพระเกจิอาจารย์เรียงตามลำดับจากซ้าย->ขวา)

09

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ กทม., หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย ปัตตานี, หลวงปู่ทิม วัดพระชาว อยุธยา,หลวงพ่อแขก วัดสุนทรประดิษฐ์ พิษณุโลก, หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม นครปฐม, หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

10
หลวงพ่ออาคม วัดดาวนิมิตร เพชรบูรณ์, หลวงพ่อดำ วัดตากใบ นราธิวาส, หลวงพ่อพูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา ชลบุรี,
หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ ราชบุรี, หลวงพ่อเนียม วัดบางไทร นครศรีธรรมราช, หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ อยุธยา

11
หลวงพ่อทอง วัดจักรวรรดิ กรุงเทพฯ, พระมหาวันดี วัดอุบลวนาราม นนทบุรี, พระศรีวชิรโมลี วัดเทวราชกุญชร กทม. หลวงปู่โถม วัดธรรมปัญญาราม สุโขทัย, พระราชภาวนาวิกรม วัดไตรมิตร กทม., หลวงพ่อคล้อย วัดภูเขาทอง พัทลุง

12
หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดเม้าสุขา ชลบุรี, หลวงพ่อช่วง วัดควนปัญญาราม พัทลุง, หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม นครปฐม,
หลวงพ่อขาว วัดสาวชะโงก, หลวงพ่อป่วน วัดบรรหารแจ่มใส, พระครูภาวนาโสภณ วัดป่าธรรมโสภณ ลพบุรี

13
พระครูพิพิธวิหารกิจ วัดโสธร ฉะเชิงเทรา, พระพิศาลวิหารกิจ(ประจวบ) วัดระฆังโฆสิตาราม กทม.,
หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม, พระครูวิบูลธรรมานุกิจ วัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ,
พระอาจารย์ไพรินทร์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตะ พิษณุโลก, พระครูไพโรจน์ วัดห้วยมงคล ประจวบคีรีขันธ์

14

พิธีเททองหลอมแผ่นยันต์ ซึ่งมีพระเกจิอาจารย์ 7 รูป ร่วมถือสายสิญจน์บริกรรมอธิษฐานจิต
มีรายนามดังนี้ (เรียงลำดับจากซ้าย->ขวา)
หลวงพ่อแขก วัดสุนทรประดิษฐ์ พิษณุโลก, หลวงปู่โถม วัดธรรมปัญญาราม สุโขทัย, หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดเม้าสุขา ชลบุรี,
หลวงปู่ทิม วัดพระขาว อยุธยา, หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี, หลวงปู่ทอง วัดสำเภาเชย ปัตตานี
และ พระราชภาวนาวิกรม วัดไตรมิตร กทม.15

พลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี
พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก

รูปแบบ
ในแบบพิมพ์เดิมของเก่าซึ่งเป็นครั้งสำคัญในรอบหลายสิบปี อันเป็นรูปแบบมาตรฐาน และได้รับการยอมรับที่สุดของการจัด สร้างพระไพรีพินาศ

เนื้อหามวลสาร
เข้มข้นด้วยแผ่นยันต์รวมแล้วกว่า 1,000 แผ่น รวบรวมพระยันต์สำคัญในการหล่อพระกริ่ง-ชัยวัฒน์ ตลอดจนพระยันต์มงคลต่างๆ ลงจารอักขระโดยพระอาจารย์มหาวันดี เจ้าอาวาสวัดอุบลวนาราม จ.นนทบุรี ซึ่งลงอักขระเรียกสูตรยันต์ตามแบบโบราณโดยเฉพาะ “มหายันต์พันพระคาถา” การลงยันต์ในมณฑลพิธี ล้อมรอบด้วยสายสิญจน์เป็นรูปยันต์ เกราะเพชร มีพระเถระ อัญเชิญพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลาระหว่างลงจารอักขระซึ่งปัจจุบันไม่มีที่ใดทำพิธีเช่นนี้อีกแล้ว โดยรวบรวมพระยันต์ทั้งหมดและชนวนมวลสารมงคลมาหลอมหล่อรวมเป็นชนวนที่วัดพระแก้วเพื่อนำไปหลอมรวมกับโลหะเพื่อสร้างเป็นองค์พระไพรีพินาศต่อไป
โลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์
– เหล็กน้ำพี้ จากจังหวัดอุตรดิตถ์ บวงสรวงนำมาจัดสร้างพระไพรีพินาศ เป็นรุ่นแรกครั้งแรก ซึ่งโลหะธาตุเหล็กน้ำพี้มี
ความขลังศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองมีอานุภาพปกป้อง คุ้มครองกัน แก้สิ่งอัปมงคลทั้งปวง เป็นอำนาจตบะเดชะจึงเหมาะที่จะนำมาสร้างพระไพรีพินาศเป็นอย่างยิ่ง
– เนื้อสัตตโลหะ คือโลหะผสม 7 ชนิด
– เนื้อเหล็กน้ำพี้ คือโลหะผสม 9 ชนิดที่ใช้สร้างพระกริ่ง มีส่วนผสมของทองคำและเงินร่วมกับโลหะมงคลอีก 7 ชนิด
– เนื้ออัลปาก้า ออกสีขาวคล้ายสีของโลหะเงิน เป็นโลหะผสมอีกประเภทหนี่ง

พิธีกรรม
นับได้ว่าการจัดสร้างพระไพรีพินาศครั้งนี้ประกอบพิธีอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทุกขั้นตอน เน้นความ เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ทั้งพิธีกรรม และเนื้อหาเพื่อให้ผู้ที่นำไปบูชากราบไหว้ จะได้สิ่งที่เป็นมงคลอย่างแท้จริง ซึ่งจะมีคุณค่าต่อไปในภายภาคหน้า โดยพิธีมหาพุทธาภิเษกจะมีพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศจำนวน 108 องค์ นั้งปรก และพระสงฆ์ 108 รูปเจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักรกัปวัฏณสูตร พระพิธีธรรม 4 ชุด สวดคาถาภาณวาร คาถาอิติปิโส รัตนมาลา คาถามหาจักรพรรดิ คาถาพุทธาภิเษก ตามแบบพิธีมหาจักรพรรดิพุทธาภิเษามณฑลพิธี ล้อมรอบด้วยผ้ายันต์ ์มหาจักรพรรดิ และเดินสายสิญจน์รูปตารางยันต์มหาจักรพรรดิ

พิธีมหาพุทธาภิเษก :
ภายในเดือนกรกฎาคม 2546
ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

พิธีสมโภช :
ปลายเดือนกรกฎาคม 2546
ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ตะกรุดคู่สาลิกา เสาร์ห้า วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม

ตะกรุดคู่สาลิกา เสาร์ห้า วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม

ที่สุดแห่งความเข้มขลัง สามพระมหาเถระผู้ทรงคุณแห่ง ชุมพร ปลุกเสก ฤกษ์เสาร์ห้า มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด โชคลาภ ค้าขาย รุ่งเรือง

600427a

600427b

ตะกรุดคู่สาลิกา

ในคัมภีร์พระเวทย์โบราณ ได้มีบันทึกวิชาสาลิกาไว้ โดยเกจิอาจารย์มักนิยมสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง เช่นตะกรุด
ผ้ายันต์ หรือแกะเป็นรูปนกสาลิกา แล้วให้ลูกศิษย์ได้นำไปบูชา

ตะกรุดคู่สาลิกา มีอิทธิคุณอำนาจในทาง เมตตา มหานิยม โชคลาภ เงินทองเพิ่มพูน การเจรจาค้าขาย ประสบความสำเร็จ มีคำพูดเป็นที่น่าเชื่อถือ ผู้ใหญ่ให้ความเมตตา จึงเป็นหนึ่งในเครื่องรางที่เป็นที่นิยมในบรรดา พ่อค้า แม่ค้า หรือคนที่ทำงานประเภทที่ต้องมีการพบปะพูดคุยหรือเจรจาความต่าง ๆ กับผู้อื่น

การทำตะกรุดคู่สาลิกา นั้น พระอาจารย์ท่านจะจารอักขระ
ลงบนแผ่นทองแดง 2 แผ่น
แผ่นแรก ลงยันต์สาลิกาตัวผู้ และลงอักขระ โดยถอดมาจาก หัวใจพระคาถา ที่มีอิทธิคุณทางด้าน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม โชคลาภ เป็นพิเศษ
แผ่นสอง ลงยันต์ สาริกาตัวเมีย และลงอักขระและลงอักขระ โดยถอดมาจาก หัวใจพระคาถา ที่มีอิทธิคุณทางด้าน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม โชคลาภ เป็นพิเศษ

 

เผยแพร่โดย ครูแชมป์ พิษณุโลก

1 2